ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากเจ้าของร้านกาแฟสด สู่ช่างจำเป็น… ตอนที่ 1 วิธีการต่อระบบน้ำเข้าเครื่องชงกาแฟ  (อ่าน 49 ครั้ง)
basiclite
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 373



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2017, 11:30:05 AM »

จากเจ้าของร้านกาแฟสด สู่ช่างจำเป็น…
ตอนที่ 1 วิธีการต่อระบบน้ำเข้าเครื่องชงกาแฟแบบ 2  หัว
    ในยุคปัจจุบันการดื่มกาแฟสด ก็เหมือนการเสพ สารเสพติดชนิดหนึ่ง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสพติดกาแฟ เสพติดสังคมในวงกาแฟ ลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟมาแต่งร้าน ให้ลูกค้าเสพเวลาคุยงานกัน ด้วยความที่ชอบแกะๆงัดๆ และประจวบเหมาะเครื่องชงกาแฟเสียพอดี ไหนๆก็ลื้อเครื่องแล้ว ทำเป็นบทความเผยแพร่เลยดีกว่า เจ้าของเครื่องทั่วไป จะได้สามารถศึกษาเรียนรู้หลักการ และการบำรุงรักษาได้ด้วยต้นเอง 
    ตอนที่ 1 จะคุยเรื่อง การต่อระบบน้ำเข้าเครื่องชงกาแฟ เครื่องชงกาแฟแบบสองหัว หลักๆในเครื่องชงกาแฟ จะต้องมีระบบน้ำเข้า ซึ่งเป็นหน้าด่านแรกที่สำคัญมาก น้ำที่เข้าผ่านมาทางนี้ จะถูกเครื่องชงนำใช้ในการต้มน้ำร้อน และผสมเพื่ออัดน้ำลงบนหัวเครื่องชงกาแฟ
   ระบบน้ำที่เข้าเครื่องชงกาแฟหลักๆ จะมีการต่อ 2 แบบ คือ
- แบบถังใส่น้ำเปล่า ต่อสายให้เครื่องชงดูดน้ำขึ้นเอง
- แบบต่อสายผ่านเครื่องกรองน้ำ
ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน เราลองมาดูข้อดีขอเสียของแต่ละแบบกันครับ
    วิธีแบบถังใส่น้ำเปล่า แล้วให้เครื่องดูดน้ำขึ้นไปเอง ระบบนี้ร้านกาแฟส่วนใหญ่ก็นิยมใช้กันมาก เพราะต่อใช้งานง่าย ไม่เปลืองเงิน ลองมาดูข้อดีข้อเสียกัน
   ข้อดี
 -  น้ำที่เราใช้เป็นน้ำกรองที่ผ่าน อย. ทำให้มั่นใจว่าน้ำจะสะอาดตลอดเวลา ไม่มีกลิ่นคลอรีน
 -  ปั๊มภายในเครื่องชง สามารถดูดน้ำได้แรงตามสเป็กของเครื่อง แรงดัน(bar)
  ข้อเสีย
- ต้องหมั่นดูน้ำในถังบ่อยๆ ถ้าน้ำหมดถัง ปั๊มพัง
- ต้องระวังเรื่องความสะอาด เช่นไม่ให้เศษดินทรายตกลงไปในถัง แก้ได้โดยติดตัวกรองเพิ่มเติม
  วิธีแบบต่อสายผ่านเครื่องกรองน้ำ วิธีนี้เราต้องซื้อเครื่องกรองน้ำเพิ่มเติม และเอาน้ำปะปาต่อเข้าเครื่องกรอง และให้เครื่องชงกาแฟดูดน้ำจากเครื่องกรองอีกที
  ข้อดี
 - ง่ายกับผู้ใช้งานไม่ต้องยกถังน้ำ เข้าออก
-  ไม่ต้องระวังเรื่องน้ำในระบบแห้ง (ไส้กรองต้องไม่ตัน)
 ข้อเสีย
- ถ้าไม่มีการถอดล้างไส้กรองบ่อยๆ หรือทำเป็นประจำ ไส้กรองอาจตัด น้ำไหลเข้าเครื่องน้อย ปั๊มพัง ซึ่งถ้าไส้กรองตัน ผู้ใช้งานจะไม่ทราบเลย ดังนั้นเจ้าของร้านที่จะติดตั้งวิธีนี้ ควรติดเกจวัดการไหลของน้ำเพิ่มเติมด้วย
- ถ้าเครื่องกรองน้ำไม่ดี กลิ่นของน้ำเช่นคลอรีน กลิ่นดิน อาจเข้าเครื่องชงกาแฟได้
- ต้องควบคุมแรงดันน้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ ให้ได้ตามสเป็กของเครื่องชงกาแฟ
- เนื่องจากต้องมีการซื้อเครื่องกรองน้ำเพิ่ม และไส้กรองมีระยะเวลาในการเปลี่ยน จึงเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคิด
   ในที่นี้ ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้วิธีแรก คือวิธีที่ต่อสายเข้าถังน้ำ ให้เครื่องดูดขึ้นมาเองจะดีที่สุด เท่าที่อ่านสเป็กปั๊มยี่ห้อ Fluid-O-Tech อ้างอิงรุ่น CO/MO 50-200 series ปั๊มตัวนี้สามารถดูดน้ำทำแรงดันได้สูงสุด 20 bar ส่วนในเครื่องชงกาแฟของเราใช้แรงดันอัดจากปั๊มตัวนี้แค่ 9 bar (ส่วนใหญ่เครื่องชงกาแฟจะตั้งค่าแรงดันน้ำไว้ที่ประมาณ 9 bar) ถ้าสรุปใช้วิธีนี้ ตัวที่ขาดไม่ได้เลยคืออุปกรณ์ ที่เรียกว่า check valve จุดที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้จะเป็นที่ปลายสายดูดน้ำ ตามรูป และต้องดูทิศทางลูกศร ต้องติดให้ถูกทางด้วย ตัวละไม่เกิน 200 บาท ตอนไปซื้อให้เอาสายน้ำเข้าไปเทียบด้วย (ร้านขายอุปกรณ์ช่างประปา)
     check valve อุปกรณ์ตัวนี้สำคัญมาก ถ้าไปถามคนในวงการปั๊มน้ำ ทุกคนจะบอกรู้จักและต้องใส่ อุปกรณ์ตัวนี้ หน้าที่หลักๆ จะให้น้ำไหลได้ทางเดียว ไม่ไหลย้อนกลับเวลาที่ปั๊มหยุดทำงาน ถ้าคนพอรู้ระบบปั๊มน้ำ จะทราบว่าถ้าปั๊มหมุนฟรีอากาศมากๆ ใช้ไปนานๆ ปั๊มจะเสื่อมอายุ และพังก่อนวัยอันควรครับ
     เพิ่มเติม  ปั๊มเครื่องชงกาแฟ ใช้มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วประมาณ 1,800 รอบ/นาที


* 1-1.jpg (179.08 KB, 960x720 - ดู 6 ครั้ง.)

* 1-2.jpg (150.84 KB, 720x960 - ดู 5 ครั้ง.)

* 1-3.jpg (25.9 KB, 663x360 - ดู 6 ครั้ง.)

* 1-4.jpg (16.55 KB, 844x185 - ดู 6 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Enterprise design by Bloc