BasicLite
สิงหาคม 22, 2019, 06:05:39 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ภาคไดรเวอร์  (อ่าน 21673 ครั้ง)
todaystep
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 02:24:24 PM »

เนื่องจากภาคคอนโทรนจะส่ง เอาพุต เพื่อไปควมคุม เมคคานิค ในระบบสัญญาณ ดิจิตอลซึ่งมีแรงดันและกระแสน้อย ไม่เพียงพอที่จะขับเมคคานิคได้โดยตรง จึงจำเป็นต้องผ่านไดรเวอร์เมื่อขยายสัญญาณในการขับ ในปัจจุบันมีวงจรไดรเวอร์ให้เราเลือกมากมายเหมือนกัน เช่น ไอซี ไดรมอเตอร์ วงจรขับโดยรีเลย์ วงจรขับโดยทรานซิสเตอร์ หรือวงจรขับโดยใช้การเชื่อมโดยทางแสง แต่ละวงจรก็จะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่างกัน ก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน

สำหรับวงจรพื้นฐานที่เราควรจะได้เรียนรู้กันในภาคนี้ก็ เป็นวงจรขับมอเตอร์ กระแสตรง (DC. Motor) ให้สามารถ กลับทิศทางในการหมุนได้ ก่อน ส่วนการควบคุมความเร็ว หรือการควบคุมตำแหน่ง นั้นก็ ใช้หลักการเดียวกัน แต่อาจจะออกแบบวงจรลอจิกเพิ่มขึ้น มีสัญญาณที่ส่งกลับมาเพื่อตรวจสอบ หรือเขียนโปรแกรมในขั้นที่สูงไปกว่านี้

1. ลอจิกบัฟเฟอร์ เป็นวงจรลอจิกที่ออกแบบไว้ เพื่อขยายสัณญาณในเบื้องต้น ป้อนสัญญาณ ให้กับตัวขยายหลัก และโดยส่วนใหญ่จะออกแบบไว้ป้องกัน ตัวขยายหลักและตัวคอนโทรนของเราอีกด้วย

2.วงจรไดรเวอร์กำลัง เป็นวงจรที่ขับ กระแส และแรงดันสูงให้กับมอเตอร์ ที่เราต้องการขับตามความต้องการ ซึ่ง ในภาคนี้อาจเราจะสามารถรู้ได้ ว่าไดรเวอร์ ของเราสามารถขับมอเตอร์ ได้สูงสุดกี่โวลต์ โดยดูได้จาก เกณฑ์ การขยายของ ตัวไดรนั้นเอง แต่สำหรับไอซีสำเร็จรูปแล้ว เราไม่สามารถดูได้ แต่จะมี Data sheet ให้เราอยู่แล้ว ส่วนตัวขับในภาคนี้ ที่นิยมใช้ก็ คือ อุปกรณ์จำพวก ทรานซิสเตอร์ มอสเฟต ออปแอมป์ แล้วแต่จะเลือกใช้ หรือว่าจะใช้รีเลย์ ในการต่อก็ได้ เพราะว่ารีเลย์ จะจ่ายแรงดันสูงสุดตามแหล่งจ่าย ในลักษณะที่ นำมาใส่ในรถกระป๋องเพื่อเพิ่มความเร็ว นั้นเอง


วงจรขับโดยรีเลย์
วงจรภายในรีเลย์

จากรูปที่ เป็นวงจรภายในของรีเลย์ 1 หน้าสัมผัส คือ จะมีขาที่เป็นขดลวด 2 ขาทางด้านซ้ายเมื่อเราจ่ายกระแสผ่าน ขดลวดก็จะทำให้เกิด สนามแม่เหล็ก ทำให้หน้าสัมผัส ขา คอมมอน ที่สัมผัสอยู่กับหน้าสัมผัส NC (Nomal Closs) หรือหน้าสัมผัสปกติปิด หน้าสัมผัสคอมมอนดึงลงมาแตะ ที่หน้าสัมผัส NO (Nomal Open)หรือหน้าสัมผัส ปกติเปิด และเมื่อไม่มีกระแสไหลผ่านขดลวด หน้าสัมผัสคอมมอน ก็ จะดีดกลับไปยังหน้าสัมผัส NC ตามปกติ จะสังเกต เห็นว่ารีเลย์ ก็ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ตัวนึง แต่เป็นสวิตช์ที่ควบคุมการปิดเปิดด้วย ไฟฟ้านั้นเอง มาดูกันว่า ถ้าเราต่อขา NC เข้ากับ ไฟ + และต่อ ขา NO เข้ากับ ไฟกราวด์ เสร็จแล้ว มาดูเอาต์พุต ที่ขา คอมมอน จะเห็นว่า มีไฟ + ออกมาที่ขา คอมมอน เท่ากับแหล่งจ่ายไฟบวก และเมื่อ เราจ่ายไฟให้กับขดลวดของรีเลย์ เอาต์พุตที่ออกมาที่ขาคอมมอน ก็จะกลายเป็นกราวด์ ทันที และเมื่อเราหยุดจ่ายไฟให้กับขดลวด ของรีเลย์เราก็ ก็จะดีดกลับไปเป็น ไฟ + เช่นเดิม ในที่นี้ ผมใช้ ทรานซิสเตอร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ ขับ รีเลย์ โดยใช้ Input Logic ขับ ทราสซิสเตอร์ เพื่อขับ Relay อีกที ดังนั้นวงจรนี้ ส่วนลอจิกบัฟเฟอร์ก็คือ ทรานซิสเตอร์ ส่วนไดรเวอร์กำลังก็คือ Relay นั้นเอง

พื้นฐานการทำงานของ DC มอเตอร์ หรือ มอเตอร์ กระแสตรง ในที่นี้จะขอกล่าวอีกที ตัวมอเตอร์จะ มีขั้วให้เราได้ใช้งานอยู่ 2 ขั้วด้วยกัน คือ ขั้ว + และขั้ว – การจ่ายไฟให้กับ ขั้วบวก และจ่ายกราวด์ ให้กับขั้ว – มอเตอร์ ก็จะหมุนตามเข็มนาฬิกา และเมื่อเราจ่ายไฟ + ให้กับ ขั้ว – และจ่ายกราวด์ ให้กับขั้ว + มอเตอร์ก็จะหมุนทวนเข็มนาฬิกานั้นเองครับ แต่เมื่อเราจ่าย + ทั้ง 2 ขั้ว หรือจ่าย กราวด์ ทั้ง 2 ขั้ว มอเตอร์ ก็จะไม่หมุน



* relay1.gif (2.57 KB, 330x207 - ดู 17469 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
todaystep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 02:25:53 PM »

เมื่อเรารู้หลักการของมอเตอร์ และรีเลย์แล้ว ต่อไปจะมาดูกันว่า เราจะต่อ รีเลย์ อย่างไร ถึงจะสามารถที่จะขับมอเตอร์ให้เปลี่ยนทิศทางได้

วงจรกลับทิศทางการหมุนของ DC มอเตอร์ โดยใช้ รีเลย์

จากวงจรในรูป เมื่อเราให้อินพุต A เป็น “1” รีเลย์ RL1 ก็จะทำงาน ดึงขาคอมมอน ลงกราวด์ เมื่อไล่วงจรแล้ว จะเห็นว่า ไฟ + จาก RL2 จะเข้าขั้ว + ของมอเตอร์ ไหลผ่านขดลวดของมอเตอร์ลงกราวด์ ที่ RL1 ทำให้มอเตอร์หมุนตามเข็มนาฬิกา

เมื่อเราให้อินพุต A เป็น “0” รีเลย์ ทั้ง 2 ตัวจะไม่ทำงานเมื่อไล่วงจรดูจะเห็นว่า มอเตอร์ทั้ง 2 ขั้ว จะได้รับไฟ + ทำให้มอเตอร์ไม่หมุน

และเมื่อเรากด เมื่อเราให้อินพุต B เป็น “1” รีเลย์ RL 2 ก็จะทำงานดึงหน้าสัมผัสคอมมอน ลงกราวด์เมื่อไล่วงจรดู จะเห็นว่า ไฟ + RL1 เข้า ขั้ว – ไหลผ่านขดลวดของมอเตอร์ลงกราวด์ที่ RL2 ทำให้มอเตอร์ หมุนทวนเข็มนาฬิกา และเมื่อเราให้อินพุต A และ B เป็น “1” พร้อมกัน

เมื่อไล่วงจรดู จะเห็นว่า จะไม่มีไฟเข้ามอเตอร์ทั้ง 2 ขั้ว จากวงจรก็ คงรู้กันแล้วนะครับว่าการต่อวงจรกลับทิศทางของมอเตอร์ DC นั้นเป็นอย่างไร

วงจรไดรมอเตอร์ ด้วยรีเลย์ นั้นมีข้อดีตรงที่ทนทานต่อกระแสสูง แต่มีข้อจำกัด และข้อเสีย อยู่บ้าง สำหรับงานที่ต้องการความละเอียด เช่น ปัญหาการกระชากของมอเตอร์ เพราะการจ่ายไฟให้มอเตอร์ จะจ่ายโดยตรงเต็มกำลัง ทำให้มอเตอร์ หมุนกระชากอย่างรุนแรง หรือปัญหาด้านการคอนโทรนความเร็วของมอเตอร์ ก็ทำได้ยาก ดังนั้น จึงนำเอาคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์ เพาเวอร์ มาแก้ปัญหา และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยออกแบบวงจรแบบ H-Bridge



* relay2.gif (5.34 KB, 550x424 - ดู 22160 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
todaystep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 02:26:54 PM »

วงจร H – Bridge
จากรูป จะเห็นว่ามี ทรานซิสเตอร์อยู่ 4 ตัว หลักการทำงาน ในที่นี้จะกล่าวถึงกรณีที่ ขา Ena เป็น1 เพราะถ้า ขาEna เป็น 0 วงจรนี้จะไม่ทำงาน เมื่อเราป้อนอินพุท1 เป็น 1 จะทำให้ Q1 และ Q4 ทำงาน สังเกตการไหลของกระแส ทำให้มอเตอร์ หมุนตามเข็มนาฬิกา และเมื่อเราป้อนอินพุท 2 เป็น 1 จะทำให้ Q2 และ Q3 ทำงาน สังเกตการไหลของกระแสในวงจร ก็จะทำให้มอเตอร์ หมุนทวนเข็มนาฬิกา นั้นเอง แต่เมื่อเราไม่ป้อนอินพุทเลย ก็จะไม่มีไฟขับมอเตอร์ หรือป้อน เป็น 1 พร้อมกัน มอเตอร์ ก็จะไม่หมุน เพราะ ทรานซิสเตอร์จะดึงกระแสบวก ไปเข้ามอเตอร์ทั้ง 2 ขั้ว นั้นคือการเบรคมอเตอร์นั้นเอง



* relay3.gif (6.94 KB, 574x493 - ดู 9109 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
todaystep
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 02:27:51 PM »

วงจรไอซีไดรเวอร์

ไอซี สำเร็จรูปที่นิยมใช้กันนะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะออกแบบมาให้ 1 วงจรสามารถจะขับมอเตอร์ได้ 2 ตัว เพื่อสะดวกและง่ายต่อการใช้งานนะครับ โดยมีเบอร์แนะนำคือ
1 L293
สามารถขับมอเตอร์ได้ 2 ช่องกระแสเอาต์พุตสูงสุด 600mA ต่อช่อง

2 TA7279

3 L298
ขับมอเตอร์ไฟตรงได้ตั้งแต่ 6V จนถึง 24V กระแสสูงสุด 3A

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!